วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

เหตุผลที่ต้องฝึกสุนัข

เหตุผลที่ต้องฝึกสุนัข



                สุนัขที่ดื้อรั้นไม่ต่างอะไรกับเด็กที่ดื้อด้าน เพราะจะกลายเป็นตัวป่วนประจำบ้าน ซึ่งจะว่าไปแล้ว ใครๆต่างก็อยากจะเลี้ยงสุนัขสักตัวที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของตัวเอง และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขกับวิถีชีวิตของตัวเอง และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แต่โชคร้าย ที่ลูกสุนัขไม่ได้ถูกฝึกอย่างดีมาตั้งแต่เกิด เราจึงต้องใช้ความพยายามไม่น้อยในการสร้างความสัมพันธ์อันดีร่วมกัน

                สิ่งที่เราสอนให้กับสุนัขจะเป็นประโยชน์มากในหลายๆโอกาสในชีวิตประจำวัน เช่น คำสั่ง "ยืน" ใช้ตอนไปตัดแต่งขนหรือไปพบสัตวแพทย์ หรือคำสั่ง "นั่ง" ใช้กรณีใส่ปลอกคอและสายจูง และตอนก่อนจะข้ามถนนหรือก่อนขึ้นหรือลงจากรถ สุนัขที่คุมไม่อยู่จะเป็นอันตรายทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น

                ทั้งคุณและสุนัขจะได้อานิสงส์จากการฝึกร่วมกัน ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับสุนัขก็จะกระชับแน่นขึ้น เพราะทั้งคู่ต่างเรียนรู้วิธีการสื่อสารกันได้ การฝึกที่ประสบความสำเร็จจะสร้างความเชื่อมั่นอย่างสูงให้แก่สุนัขทุกตัว และเจ้าของทุกคน โดยเฉพาะเจ้าตัวที่สงบเสงี่ยมและขี้อาย
    
                 สุนัขเป็นสัตว์สังคม ทั้งนี้สุนัขจะอารมณ์ดีและไม่เครียด ถ้ารู้ชอบเขตชัดเจนว่าทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้ เราควรจะทำการฝึกให้เป็นกิจกรรมที่น่าสนุก ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามที่คุณนำสุนัขมาเลี้ยง คุณก็ต้องหาทางอยู่ร่วมกับสุนัขอย่างมีความสุข การฝึกจะได้เป็นกิจกรรมที่น่าสนุกสำหรับทั้งคู่ เจ้าของหลายคนมีความสุขกับการฝึกมากจนมากถึงขั้นไปขึ้นเวทีประกวด ซึ่งได้มีโอกาสพบปะผู้คน และได้เพื่อนใหม่

                 ตัวคุณควรเป็นสิ่งที่สุนัขให้ความสนใจมากที่สุดในชีวิต หลายคนพาสุนัขไปสวนสาธารณะแถวบ้านโดยไม่ใส่สายจูง เพื่อปล่อยให้วิ่งไปเล่นกับสุนัขตัวอื่น การที่สุนัขได้ไปเข้าสังคมกับสุนัขตัวอื่นก็เป็นเรื่องดี การวิ่งเล่นอย่างอิสระเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุดและสนุก แต่สุนัขควรได้รับอนุญาตให้ทำเช่นนี้ได้ ก็ต่อเมื่อเชื่อฟังคุณดี
ความคุ้นเคยกันเป็นหัวใจสำคัญ ถ้าคุณเลี้ยงสุนัขรุ่นๆอยู่ ก็จะมีโอกาสเพาะบ่มนิสัยที่ดีให้แก่สุนัขได้ ด้วยการฝึกให้สุนัขคุ้นเคยกับสภาพชีวิตประจำวัน แต่เจ้าของหลายคนเมื่อมีปัญหากับสุนัขที่ชอบวิ่งไล่คนวิ่งจ๊อกกิ้งหรือคนขี่จักรยาน มักเลือกหนีปัญหา เราเชื่อว่าวิธีที่ถูกคือการหันหน้าสู้ปัญหาและสอนสุนัขว่าพฤติกรรมนั้นไม่เหมาะสม

ประโยชน์ตอนตัดแต่งขน


                การตัดเล็บหรือการตรวจเล็บเป็นครั้งคราวนับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง สุนัขหลายตัวไม่จำเป็นต้องถูกตัดเล็บ เพราะการฝึกและการออกกำลังช่วยให้เล็บสั้นอยู่ตลอด แต่ตัวที่อายุมากๆ มักออกกำลังน้อยลง แต่ถ้าไม่ชินกับการตัดเล็บ สุนัขจะเครียดมาก

                 ถ้าคุณเลี้ยงสุนัขอายุมากหรือสุนัขที่เก็บมาเลี้ยง และถ้าสุนัขไม่ชินกับการกระทำบางอย่าง คุณควรสร้างความคุ้นเคยทีละน้อยและหมั่นทำให้เป็นประจำ อย่าพยายามใช้เวลามากเกินไปในครั้งแรกๆ ควรใช้เวลาสั้นๆและจบด้วยการให้รางวัล เพราะถึงคุณจะตัดแต่งขนให้สุนัขไม่เสร็จทั้งตัว ก็มาทำต่อภายหลังได้ แต่สุนัขไม่ชอบตัดเล็บ เจ้าของจึงต้องมอบปัญหานี้ให้แก่สัตวแพทย์หรือช่างตัดขนเป็นผู้แก้ วิธีนี้อาจจะยิ่งทำให้สุนัขเครียด เพราะสัตวแพทย์หรือช่างแต่งขนต้องตัดเล็บทั้งสี่ให้เสร็จในคราวเดียว วิธีที่ถูกคือเจ้าของควรตัดเล็บให้วันละนิ้วเพื่อสร้างความคุ้นเคย แล้วก็อย่าลืมชมและให้รางวัลแก่สุนัขด้วย เพื่อให้การตัดเล็บเป็นประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจสำหรับสุนัข คุณใช้เวลาไม่นานนักก่อนจะสามารถ ตัดเล็บได้ทั้งสี่เท้าในคราวเดียว

                  การไปพบสัตวแพทย์ ไม่ช้าก็เร็วนักสุนัขทุกตัวก็ต้องไปพบสัตวแพทย์ อาจแค่ไปฉีดวัดซีนเฉยๆ ซึ่งสัตวแพทย์จะตรวจสุขภาพทั่วไปให้ด้วย และถ้าคุณตัดแต่งขนและตัดเล็บให้สุนัขได้เอง ทุกฝ่ายก็จะสบายใจจในการไปพบแพทย์

                  ฝึกเพื่อกระตุ้นไม่ใช่ลงโทษ จงมีทัศนคติที่เป็นบวก ถ้ารู้แน่ๆว่าสุนัขอยากทำอะไรที่ไม่ควรทำ เช่น ไล่จับหนู ให้ออกคำสั่งว่า "ไม่" แล้วก็ตามมาทันทีด้วยคำสั่งเชิงบวก เพื่อให้สุนัขได้รับคำชม ควรนำวิธีนี้มาใช้ทุกครั้ง เพราะประยุกต์ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ในชีวิตสุนัข
                  
                  สุนัขไม่ใช่คน อีกปัญหาที่เราพบบ่อยๆในการฝึกคือเจ้าของยังคงพยายามปฎิบัติต่อสุนัขเหมือนกับเป็นเด็ก ไม่ใช่เป็นสุนัข การปฏิบัติต่อสุนัขเหมือนเป็นคนมักจะสร้างปัญหาที่ไม่ควรเกิด เจ้าของที่หงุดหงิดจะต่อว่าสุนัขว่าไม่เต็มใจทำ หรือตำหนิว่ามีพฤติกรรมไม่ดีในการฝึก จริงๆแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องที่เป็นเรื่องเลย และเมื่อประเมินสถานการณ์จากมุมมองของสุนัข การที่สุนัขมีพฤติกรรมเช่นนั้นจะช่วยลดความเครียดให้ตัวเอง และช่วยให้การฝึกดำเนินต่อไป เพื่อแก้ไขความขัดแย้งได้เราไม่อาจล่วงรู้ความในใจและเข้าใจสุนัขได้ทุกเรื่อง และถึงแม้จะฝึกสุนัขมานับพันๆตัวทุกสายพันธุ์ เราก็ยังไม่หยุดที่จะเรื่องรู้





สเตลลา สมิธ และแซลลี เบิร์กรูส "เหตุผลที่ต้องฝึก" ใน คู่มือฝึกสุนัข: เห็นผลใน 10 สัปดาห์ หน้า 11-19. สิทธิพร ชื่นชุ่มจิตร์. บรรณาธิการ. สมุทรปราการ . สำนักพิมพ์แพ็ทแอนด์โฮม. 2545.






Creative Commons License
dogtraining by Kate Thitikan is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Thailand License.

สุนัขเรียนรู้ได้อย่างไร


สุนัขเรียนรู้ได้อย่างไร



                  สุนัขเรียนรู้จากการทดลองและรางวัล ถ้าทำสิ่งใดโดยบังเอิญหรือโดยตั้งใจแล้วได้รับผลลัพธ์ที่น่าพอใจ เมื่อนั้นสุนัขก็จะทำพฤติกรรมนั้นซ้ำ ในทางกลับกัน ถ้าไม่ได้รับรางวัลใดๆเลย หรืออาจถูกดุ สุนัขก็จะไม่ค่อยทำพฤติกรรมนั้นอีก คุณควรคอยสร้างสถานการณ์ที่สุนัขจะได้รับคำชมและให้รางวัลบ่อยๆ และมากๆ
คุณต้องค้นหาให้ได้ว่า สิ่งใดเป็นตัวกระตุ้นสุนัข และอะไรที่จะทำให้ตอบสนองต่อการฝึกได้ดีที่สุด คุณต้องแสดงให้เห็นว่า การทำตามคำสั่งจะนำมาซึ่งรางวัลซึ่งส่วนใหญ่สุนัขก็อยากได้รับ ไม่่ว่าสุนัขจะขี้เล่นหรือขี้อาย ต่างก็ใช้หลักการเดียวกันในการฝึกและการให้รางวัลตัวที่ขี้เล่นอาจซุ่มซ่ามแต่ก็เรียนรู้เร็ว ส่วนตัวที่ขี้อายจะระวังตัวและใช้เวลาเรียนรู้มากกว่า เจ้าของที่ใจร้อนมักรีบให้สุนัขตกอยู่ในสถานการณ์ต่างๆให้มากๆ เพื่อเปิดโลกทัศน์ และเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่มัน

พัฒนาการด้านการเรียนรู้



                 ในฐานะครูฝึก ประโยชน์สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการฝึกสุนัขคือ การได้เห็นสุนัขที่ชอบเก็บตัวกลายมาร่าเริงแจ่มใสมากขึ้นด้วยการปฏิบัติเชิงบวก แต่พัฒนาการด้านการเรียนรู้ไม่ได้เกิดจากการฝึกอย่างเป็นทางการเลย เนื่องจากลูกสุนัขที่ตกไปในชามน้ำ และไม่ชอบประสบการณ์นี้ ก็จะระวังมากขึ้นในคราวหน้า ส่วนลูกสุนัขที่ชอบเล่นน้ำ ก็จะมีนิสัยอย่างนั้นตลอดไป
                  เราสามารถควบคุมการฝึกนี้ได้ ด้วยการทดลองปฏิบัติและการให้รางวัล โดยมีกุญแจสำคัญคือ การให้รางวัลเมื่อสุนัขทำตามคำสั่ง ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้ทำอีก แต่ไม่ใช่หมายความว่า จะต้องเอาใจด้วยการต้องให้รางวัลกันทุกครั้งไป หรือไม่อาจดุว่าได้เลย วิธีที่ถูกคือการผสมผสานการให้รางวัล การให้ความรักและการเล่นด้วยให้เหมาะสมลงตัว

ความสมดุล

                 คุณต้องลงโทษเมื่อสุนัขแสดงนิสัยไม่ดี อย่างเช่น เด็กๆส่วนใหญ่เมื่อถูกบอกให้ไปนอนมักต้องใช้ขนมหวาน การชมโทรทัศน์ วิดีโอ และเกมคอมพิวเตอร์มาหลอกล่อ แล้วค่อยไปนอนตอนง่วง แต่พ่อแม่ที่รู้จักความพอดี จะรู้ว่าวิธีนี้จะเป็นภัยในระยะยาว ดังนั้นจึงพยายามถ่วงดุลระหว่างการชมเมื่อทำดีกับการเมินเฉยต่อการเรียกร้องความสนใจ

ตำหนิอย่างมีศิลปะ

                  การให้รางวัลหรือการลงโทษต้องปรับใช้กับสุนัขแต่ละตัว และต้องใช้ในเวลาที่เหมาะสม(เช่นทันทีที่ทำพฤติกรรมนั้น) การกระทำที่พบเห็นบ่อยๆ ก็คือการเรียกสุนัขแล้วไม่มา เพราะรู้ว่าเมืื่อเดินกลับมาก็ต้องถูกดุ การที่ผู้เลี้ยงต้องดุเพราะเรียกสุนัขแล้วไม่มาหา แต่สำหรับสุนัขกลับคิดว่าถูกต่อว่า เพราะกลับมากา สุนัขไม่ได้คิดหรือมีเหตุมีผลเช่นมนุษย์ กล่าวคือสุนัขจะเชื่อมโยงการถูกตำหนิกับสิ่งที่ทำอยู่ ในขณะนั้นดังนั้น แม้แต่สุนัขที่บริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ยังรู้สึกผิดจากภาษากายและน้ำเสียงกระชากๆของเจ้าของถึงจะหงุดหงิด แต่คุณก็ควรชมที่สุนัขมาหา และถ้าอยู่ระหว่างการฝึก ควรพูดว่า "เก่งมาก เจ้าตัวเล็ก" ด้วยน้ำเสียงร่าเริงและจริงใจพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า





สเตลลา สมิธ และแซลลี เบิร์กรูส "สุนัขเรียนรู้ได้อย่างไร" ใน คู่มือฝึกสุนัข: เห็นผลใน 10 สัปดาห์ หน้า 20-21.สิทธิพร ชื่นชุ่มจิตร์. บรรณาธิการ. สมุทรปราการ . สำนักพิมพ์แพ็ทแอนด์โฮม. 2545.






Creative Commons License
dogtraining by Kate Thitikan is licensed under a
  Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Thailand License.

เริ่มต้นอย่างไรและเมื่อไร


เริ่มต้นอย่างไรและเมื่อไร



การฝึกไม่มีวันสิ้นสุด

                ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม คุณก็ได้เริ่มฝึกสุนัขไปแล้วนับตั้งแต่นำมาเลี้ยง ทั้งนี้รูปร่าง กลิ่น และเสียงของคุณล้วนถูกสุนัขตัวใหม่สังเกต ถ้านำลูกสุนัขมาเลี้ยง ก็เริ่มฝึกได้ทันที แต่ต้องเน้นไปที่การให้รางวัล และเนื่องจากลูกสุนัขเป็นวัยกำลังกิน อาหารจึงน่าจะเป็นรางวัลที่เหมาะสมในขั้นนี้
ถ้าคุณเพิ่งนำลูกสุนัขมาเลี้ยง ควรเริ่มด้วยการสอนให้รู้จักชื่อตัวเอง แล้วค่อยฝึกเรื่องการขับถ่าย จากนั้นก็สอนว่าการกระทำใดถูกและอย่างใดผิด พยายามอย่าพูดเชิงปฏิเสธ เพราะจะทำให้ลูกสุนัขบางตัวคิดว่าชื่อของตัวเองคือ "ไม่" แต่จงมีทัศนคติที่เป็นบวก เพื่อสุนัขจะได้ทำความคุ้นเคยกับบ้านใหม่ได้ง่ายขึ้น

สร้างความเคยชินให้ลูกสุนัข

                 ก่อนจะเริ่มฝึกอย่างเป็นทางการ พยายามเพาะบ่มนิสัยดีๆเพื่อให้ติดตัวสุนัขตลอดไป ลูกสุนัขมักจะชอบคลอเคลีย ดังนั้นจงใช้โอกาสนี้เรียกชื่อสุนัขสั่งให้ "มานี่" และชมเมื่อทำตาม ทั้งนี้การลูบหัว การให้รางวัลและการเล่นกันจะก่อให้เกิดความผูกพันขึ้น
                 ในการออกนอกบ้านครั้งแรกเพื่อไปเดินเล่นในสวนสารธารณะ คนส่วนใหญ่มักจะให้ลูกสุนัขใส่สายจูงเพื่อป้องกันการพลัดหลงแต่ถ้าแถวนั้นปลอดภัย ก็ไม่ควรใส่สายจูง จะได้ฝึกให้สุนัขเดินตามไปในตัว ลูกสุนัขที่ยังเล็กๆมักต้องการผู้นำและกลัวว่าจะหาคุณไม่เจอ จึงจับตาดูคุณตลอด หากสุนัขลังเลคือเรียกแล้วไม่ยอมมาหา ก็แก้ด้วยการนั่งยองๆ แล้วเรียกด้วยท่าทางเป็นมิตรหรือไม่ก็ทำท่าจะวิ่งหนีแต่สุนัขต้องได้คำชมและรางวัลเมื่อเดินมาหา เพื่อจะได้เห็นว่าควรค่าต่อการกระทำ ทว่าสุนัขรุ่นๆ ที่ไม่เคยถูกปล่อยสายจูง อาจเรียกให้กลับมายากกว่าเมื่อได้ลิ้มรสอิสรภาพเป็นครั้งแรก

ช่วงเวลาฝึกอย่างเป็นทางการ

                 ลูกสุนัขเล็กๆจะมีสมาธิสั้นมาก และเบื่อง่ายจึงไม่ควรฝึกอย่างเป็นทางการจนกว่าจะโตกว่านี้ ลูกสุนัขอายุได้ 18 สัปดาห์หรือมากกว่านั้น(ขึ้นอยู่กับแต่ละตัวและสายพันธุ์) นับเป็นวัยที่เหมาะต่อการฝึก โดยเฉพาะลูกสุนัขดื้อๆ อาจต้องฝึกวินัยให้เข้มงวดกว่า และอาจพร้อมรับการฝึกเร็วกว่า จำไว้ว่าแม้ลูกสุนัขจะนิสัยดีแค่ไหน ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่จะแสดงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์แบบเด็กๆออกมาบ้าง ทว่าลูกสุนัขที่เลี้ยงดูมาอย่างดี จะเติบใหญ่ขึ้นพร้อมกับมีพฤติกรรมที่ดี และร่าเริงแจ่มใส

กรณีที่ต้องฝึกเพิ่มเติม

                  สุนัขโตก็นำมาฝึกได้ แต่คนส่วนใหญ่คิดว่าทำไม่ได้ บางทีคุณอาจอยากฝึกสุนัขเพิ่มเติมด้วยเหตุผลบางประการ อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป เช่น มีทารกคนใหม่ในครอบครัว และพฤติกรรมที่เคยรับได้กลับยอมรับไม่ได้เสียแล้ว สุนัขเองอาจตกใจไม่น้อยเมื่อกฏเปลี่ยนไป ถ้าการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นเรื่องใหญ่ อย่างเช่นการจำกัดอาณาเขตภายในบ้าน แต่คงจะง่ายขึ้นถ้ากิจวัตรของสุนัขเปลี่ยนไปด้วย และถ้าสุนัขหรือคุณเพิ่งย้ายบ้านใหม่ นี่คือโอกาสอันดีที่จะสร้างกฏเกณฑ์ใหม่ขึ้นมา

สุนัขเก็บมาเลี้ยง

                  สุนัขเก็บมาเลี้ยงไม่ว่าจะในวัยใด มักไม่ทราบพื้นเพ และอาจเคยผ่านเรื่องร้ายๆมา นั่นหมายความว่าแทนที่จะเริ่มต้นด้วยความใสซื่อบริสุทธ์ เราก็อาจเคยต้องพบพฤติกรรมที่รับไม่ได้ซึ่งติดตัวมาอยู่แล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้เราจะต้องมีทั้งความอดทน ความเข้าใจ และความคงเส้นคงวามากขึ้น
                   ควรให้เวลาสุนัขปรับตัวให้เข้ากับบ้านใหม่ แต่ขอแนะนำให้คุณยึดมั่นในกฏเกณฑ์ที่ชัดเจนเสียตั้งแต่ต้น การทำอะไรเป็นกิจวัตรจะช่วยให้สุนัขปรับตัวได้เร็วขึ้น และควรคำนึงถึงวิธีการเลี้ยงดูด้วยเพราะการตัดนิสัยลูกสุนัขอายุแปดสัปดาห์อาจทำได้ง่าย แต่กับสุนัขโตนั้นเป็นเรื่องยากยิ่ง การฝึกตั้งแต่ยังเล็กๆ จะช่วยขจัดนิสัยไม่ดีให้หมดไปได้ เช่น ถ้าสุนัขขึ้นมานอนบนเตียงหรือเก้าอี้ของคุณ แต่ไม่ถูกห้ามหรือถูกดุเลย อย่างนี้คราวหน้าก็อาจปรามลำบาก
เมื่อสุนัขปรับตัวได้ และคุณกับเจ้าตูบเริ่มเข้าใจกันดี สุนัขก็ควรรู้ว่าคำสั่ง "ไป" หมายถึงต้องลุกไป แต่ตัวที่เก็บมาเลี้ยงมักจะแสดงนิสัยที่ติดตัวมาแต่เดิมแม้จะเข้ามาอยู่ในบ้านใหม่ ปกติช่วงสัปดาห์แรกหรือสัปดาห์ที่สอง สุนัขจะทำตัวดี จากนั้นก็จะเริ่มแสดงนิสัยไม่สู้ดีออกมา แต่ถ้าผ่านการฝึกระยะนี้ไปได้ ก็จะปรับตัวเข้ากับบ้านใหม่ได้




สเตลลา สมิธ และแซลลี เบิร์กรูส "เริ่มต้นอย่างไรและเมื่อไร?" ใน คู่มือฝึกสุนัข: เห็นผลใน 10 สัปดาห์. หน้า 29-20. สิทธิพร ชื่นชุ่มจิตร์. บรรณาธิการ. สมุทรปราการ . สำนักพิมพ์แพ็ทแอนด์โฮม. 2545.





Creative Commons License
dogtraining by Kate Thitikan is licensed under a
  Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Thailand License.

อุปกรณ์และเครื่องมือในการฝึก

อุปกรณ์และเครื่องมือในการฝึก




              เครื่องมือช่วยฝึกคือ สิ่งใดก็ได้ที่ช่วยให้คุณฝึกสุนัขได้ไม่ว่าจะเป็นมือและเสียงของคุณ อาหารกินเล่น สายจูง ปลอกคอ คลิ๊กเกอร์ และของเล่น ควรใช้เครื่องมือช่วยฝึก เพื่อให้คุณกับสุนัขเกิดความสนุกและพอใจด้วยกันทั้งสองฝ่ายอย่างไรก็ตาม เครื่องมือที่สำคัญที่สุดก็คือตัวคุณเอง ซึ่งจะเป็นคนที่จะร่วมฝึกสุนัขตัวต่อตัว
เราแนะนำให้เริ่มสอนสุนัขแบบตัวต่อตัว เพราะการฝึกสุนัขก็เหมือนการเรียนภาษาต่างประเทศ ระดับเสียง เวลา และสำเนียงที่ต่างกัน จะทำให้สุนัขเข้าใจยากขึ้นและต้องทำให้สุนัขเข้าใจคำสั่งก่อนจะให้ผู้อื่นมาสั่งได้ แต่ก็ต้องใช้คำสั่งเหมือนๆกัน ในการฝึกควรให้สุนัขอยู่ทางด้านซ้ายของเจ้าของ

เสียง
                เสียงคุณคือสิ่งที่เชื่อมโยงคุณกับสุนัข ซึ่งจะใช้ในการสั่ง การชม หรือการดุ เมื่อเริ่มฝึกจงออกคำสั่งให้กระชับทว่าอ่อนโยน เวลาชม ก็ชมอย่างกระฉับกระเฉง และตอนดุ ก็ทำเสียงขึงขัง

การชม
                 การชมสุนัขคือส่วนสำคัญที่สุดในการฝึกและเป็นวิธีดีที่สุดที่จะบอกสุนัขให้รู้ว่าทำดีแล้วและน่าชื่นชม การชมและการลูบหัวถือเป็นการให้รางวัลขั้นต้น แต่จะชมอย่างไรนั้น ควรสังเกตอารมณ์ของสุนัขด้วย ถ้าสุนัขตื่นเต้นมาก ก็ควรชมด้วยเสียงเรียบๆ แต่ถ้ากำลังนอนอยู่ ก็ควรชมให้กระชับกระเฉงขึ้น

มือ
                  มือใช้ในการบอกให้สุนัขทำโน่นทำนี่ และใช้สอน ใช้ชม และใช้แก้ไขข้อบกพร่อง ซึ่งสุนัขควรสนุกกับการสัมผัสทางกาย และไม่กลัวเวลาคุณจับต้องตัว

ความอดทน ความหนักแน่น และความอ่อนโยน
                  เหล่านี้คือสิ่งดีๆที่คุณควรนำมาใช้ในการฝึกและถ้าจะให้ได้ผล ต้องไม่ลืมใช้คุณลักษณะทั้งสามนี้เท่าๆกัน และจำไว้ด้วยว่า สุนัขที่ฝึกมาอย่างดีไม่ใช่สินค้าที่ซื้อหาได้ในทันที

คำสั่ง
                  ไม่ได้หมายถึงการส่งเสียงดังให้สุนัขทำโน่นทำนี่ และรวมถึงการด่าว่า แต่หมายถึงน้ำเสียงที่หนักแน่นทว่าอ่อนโยน สุนัขเองก็อยากรู้กฏกติกา จำไว้ว่า คำสั่งคือการแนะนำไม่ใช่การขอร้องและเป็นสิ่งที่สุนัขเลือกไม่ได้

การออกคำสั่ง
                   คุณต้องออกคำสั่งให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน เช่น สั่ง "นั่ง" ไม่ใช่ "นั่งลง" เพราะสุนัขอาจไม่เข้าใจได้ และควรให้ทุกคนในครอบครัวออกคำสั่งเหมือนกัน รวมทั้งเข้าใจความหมายของคำสั่งให้ตรงกัน และเมื่อสั่งอย่างไรแล้ว ก็สั่งอย่างนั้นตลอดทั้งนี้น้ำเสียงต่างหากที่สำคัญ ไม่ใช่ความดัง
สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การบอกให้สุนัขเริ่มรู้ว่าฝึกเสร็จแล้ว จงพูดว่า"ไปได้" หรือ "อ้าว เสร็จแล้ว" หรือ "เรียบร้อยแล้ว" แต่อย่าบอกว่า "เก่งมาก" มิฉะนั้นสุนัขอาจขยับตัวทุกครั้งที่คุณพยายามชม คำชมว่า "เก่งมาก" หมายความว่า "เจ้าฝึกเสร็จแล้ว อยากไปวิ่งเล่นก็ไปได้"

ความผิดพลาดจะกลายเป็นนิสัย
                    เรามักจะพูดเสมอในระหว่างการฝึกว่า "ผิดครั้งเดียวคือความผิดพลาด ผิดสองครั้งจะกลายเป็นนิสัย" ถ้าคุณอนุญาตให้สุนัขทำความผิดซ้ำๆ อย่างต่อเนื่องระหว่างการฝึกก็จะกลายเป็นนิสัย ขณะกำลังสอน เราจะเน้นที่ความเที่ยงตรง และการให้สุนัขตอบสนองในทันที
                     เราเปรียบการฝึกเหมือนการเรียนขับรถยนต์ กล่าวคือคุณต้องนั่งหลังตรง มือถือพวงมาลัย ตั้งสมาธิ มองกระจก ให้สัญญาณ และออกรถ หลังผ่านการสอบทำใบขับขี่คุณก็จะ"สบายใจ" มากขึ้นยามขับขี่ แต่ก็ต้องไม่ประมาท เราได้นำทัศนคติเดียวกันนี้มาประยุกต์ใช้กับวิธีการฝึกสุนัขของเรา กล่าวคือถ้าคุณยอมให้สุนัขไม่ทำตามคำสั่งก็ได้ในตอนแรกๆ การปฎิบัติตามอย่างรวดเร็วและถูกต้องก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ในภายหลัง วิธีที่ถูกต้องคือจงออกคำสั่ง แล้วคอยช่วยให้สุนัขทำตามได้อย่างถูกต้อง จากนั้นก็ชม ฉะนั้นคงพร้อมเสมอที่จะช่วยให้สุนัขทำตามคำสั่งในทันที เพื่อจะได้ชมพฤติกรรมที่ดีก็จะเกิดขึ้น ทั้งนี้คุณต้องแสดงให้ดู สอน และชมตลอดการฝึก

ปลอกคอ
                      เราควรใส่ปลอกคอให้สุนัขอย่างถูกวิธีตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัขแรกเกิด โดยอย่าให้รัดหรือหลวมเกินไป คือให้สอดนิ้วเข้าไปได้ เมื่อสุนัขอายุมากขึ้นเราต้องเลือกปลอกคอให้เหมาะสมกับวัย ขนาด และบุคลิกของสุนัข เจ้าตัวที่เงียบๆ มักชอบปลอกคอแบบเป็นหัวเข็มขัดขนาดพอดี ส่วนตัวที่ซนๆ จะชอบแบบโซ่กึ่งรูดคอ ซึ่งจะควบคุมได้ดีกว่า ส่วนใหญ่เราจะใช้แบบโซ่กึ่งรูดคอ หรือโซ่รูดคอ ถ้าสุนัขคุณต้องใช้แบบโซ่กึ่งรูดคอ ก็ต้องเลือกขนาดให้ใส่พอดี แต่ไม่ต้องเผื่อโต และไม่ควรใช้ปลอกคอแบบโซ่รูดคอกับสุนัขที่ไม่ค่อยเชื่อฟัง หรือที่ต้องใส่ติดตัวทั้งวัน แต่ควรใช้เฉพาะเวลาฝึกเท่านั้น

การใช้สายจูง
                      เมื่อนำสายจูงมาล็อคเข้ากับปลอกคอแบบโซ่กึ่งรูดคอ หรือโซ่รูดคอ ควรให้ปลอกคอหลวมอยู่ตลอดเวลาไม่เช่นนั้นนอกจากจะเป็นการทารุณสัตว์แล้ว สุนัขก็ไม่อาจเรียนรู้อะไรได้ ส่วนตะขอที่ปลายสายจูงนั้นมีหลายแบบ แต่เราชอบแบบที่เลื่อนล็อคได้ สายจูงแบบโซ่มักจะครูดมือขณะที่ปลอกคอที่มีสายจูงในตัว ก็ใช้ได้อย่างจำกัด คือใช้สอนให้เชื่อฟังได้แค่ขั้นพื้นฐาน เพราะเมื่อถอดสายจูงออก ก็จะไม่มีปลอกคอให้จับ ฉะนั้นสายจูงควรจับได้กระชับมือ และมีน้ำหนักเหมาะกับขนาดของสุนัข





สเตลลา สมิธ และแซลลี เบิร์กรูส "อุปกรณ์และเครื่องมือช่วยฝึก" ใน คู่มือฝึกสุนัข: เห็นผลใน 10 สัปดาห์.  หน้า 34-37. สิทธิพร ชื่นชุ่มจิตร์. บรรณาธิการ. สมุทรปราการ . สำนักพิมพ์แพ็ทแอนด์โฮม. 2545.





Creative Commons License
dogtraining by Kate Thitikan is licensed under a
Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Thailand License.

วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

เรื่อง การฝึกสุกนัข 5503783 sec09


ชื่อ   ฐิติกาญจน์ วงศ์ชัยประเสริฐ    ชื่อเล่น   เกด   รหัส   5503783   sec 09 

เรื่อง การฝึกสุนัข 
               สุนัขเป็นสัตว์ที่ใีความเฉลียวฉลาดเป็นอย่างมาก มีไหวพริบและมีความทรงจำที่ดีมาก สามารถฝึกให้เชื่อฟังคำสั่งได้ง่าย เช่น หยุด นั่ง คอย ฯลฯ เราจึงควรหัดและฝึกฝนสุนัขที่เลี่้ยงไว้ตามความสมควร สุนัขที่ผ่านการฝึก จะเป็นสุนัขที่น่ารัก และเป็นสุนัขที่มีคุณภาพมากขึ้น และสุนัขจะอยู่อย่างมีความสุขมากขึ้น เนื่องจากมีสัญชาตญาณในการที่จะเอาใจใส่และมีความใกล้ชิดเจ้าของอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังทำให้สุนัขสามารถอยู่ร่วมในสังคมมนุษย์ได้ดีมากขึ้น